นางสาวช่อทิพย์ สมรูป ม.5 ห้อง 946 เลขที่ 5
สังหาริมทรัพย์ – อสังหาริมทรัพย์
1.สังหาริมทรัพย์
เป็นสินทรัพย์ที่ไม่ติดอยู่กับที่ สามารถนำติดตัวไปไหนมาไหนได้ ตัวอย่างเช่นโบราณวัตถุ, งานศิลป์, เหรียญสะสม และแสตมป์, เพชร , ทอง , รถยนต์ , เฟอร์นิเจอร์ , เครื่องใช้ไฟฟ้า , เสื้อผ้า และเครื่องประดับ ส่วนใหญ่แล้วสังหาริมทรัพย์จะเสื่อมมูลค่าลงอย่างรวดเร็ว โดยมีข้อยกเว้นก็แต่ที่เป็นของสะสมพิเศษ

ทองแท่ง

เพชร
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 140 “สังหาริมทรัพย์ หมายความว่า ทรัพย์สินอื่นนอกจากอสังหาริมทรัพย์ และหมายความรวมถึงสิทธิอันเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นด้วย” แต่เดิมความหมายของสังหาริมทรัพย์นั้นคือทรัพย์ที่เคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ รวมถึงสิทธิต่างๆของทรัพย์สินนั้นๆด้วย ต่อมาจึงมีการแก้ไขใหม่ในปี พ.ศ. 2535 และใช้ความหมายตามมาตรา 140 ซึ่งเป็นที่เข้าใจได้โดยง่ายว่าทรัพย์สินที่ใดไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ ก็ถือเป็นสังหาริมทรัพย์ทั้งสิ้น ดังนั้นหากเข้าใจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างดีแล้ว การจะบอกว่าทรัพย์สินใดเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่มีบางกรณีที่คาบเกี่ยวกัน อย่างเช่น บ้านถือเป็นอสังหาริมทรัพย์แต่ถ้าไม้ที่ใช้ก่อสร้างบ้านก็จะถือเป็นสังหาริมทรัพย์ กลับกันหากเราทำสัญญาซื้อขายบ้านทั้งหลาย หมายความว่าเราทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แต่ถ้าเราขายบ้านในลักษณะที่รือบ้านทิ้งแล้วขายไม้ที่ใช้สร้างบ้าน เช่นนี้ก็จะเป็นการขายสังหาริมทรัพย์เพราะไม้ที่ใช้สร้างบ้านไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ หรือถ้าขายต้นไม้ต้นหนึ่งในที่ดินโดยคงสภาพเดิมไว้ก็ถือว่าเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ แต่ถ้าเป็นการตัดต้นไม้นั้นไปขายเช่นนี้ก้จะเป้นการขายสังหาริมทรัพย์ เพราะต้นไม้ที่ตัดออกไปแล้วไม่มีลักษณะเป็นทรัพย์สินอันติดอยู่กับที่ดินจึงไม่ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์อีกต่อไป ดังนั้นการแยะแยะจึงต้องพิจารณาดูให้ดี
นอกจากนี้แล้ว สังหาริมทรัพย์ยังรวมถึงสิทธิอันเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นๆด้วย เช่น สิทธิจำนำ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นๆ ฯลฯ
2. อสังหาริมทรัพย์
เป็นสินทรัพย์ที่นำเอาไปไหนมาไหนไม่ได้ เพราะมีลักษณะติดอยู่กับที่ ตัวอย่างเช่น ที่ดิน หรือ สิ่งปลูกสร้างที่ติดอยู่กับที่ดิน เช่น บ้าน โรงแรม ฯลฯ
บ้าน
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 “อสังหาริมทรัพย์ หมายความว่า ที่ดินและทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดิน มีลักษณะเป็นการถาวรหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้น และหมายความรวมถึงทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับที่ดินหรือทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นด้วย”
เมื่อพิจารณาตามตัวบทแล้วอสังหาริมทรัพย์จะมีความหมายถึง
1.ที่ดิน คือ เนื้อที่หรือพื้นที่เป็นแปลง เป็นไร่ ถ้าเป็นกรณีที่ไม่ใช่เนื้อที่หรือพื้นที่ก็จะไม่ใช่ที่ดิน เช่นขุดดินจากที่ดินไปเพื่อจะนำไปขาย ดินที่ถูกขุดขึ้นมาก็จะไม่ใช่ที่ดินไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์อีกต่อไป ความหมายตามมาตรา 139 นี้ ที่ดินจะหมายความเฉพาะพื้นดินที่เราเหยียบย่ำและอาศัยอยู่เท่านั้น (แต่ถ้าเป็นที่ดินตามความหมายในประมวลกฎหมายที่ดินจะหมายความรวมถึง ห้วย หนอง คลอง บึง ลำน้ำ และทะเลสาบด้วย ซึ่งจะกว้างกว่าความหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) ที่ดินโดยสภาพแล้วไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ดังนั้นในทางอาญาการลักทรัพย์ที่เป็นที่ดินจึงไม่อาจทำได้ แต่กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสามารถในที่ดินเข้าแย่งได้ จึงไปเข้าความผิดฐานบุกรุกแทน
2.ทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินที่มีลักษณะเป็นการถาวร ทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินนั้นมีทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และที่มนุษย์นำมาติดไว้ ซึ่งจะต้องเป็นการติดอยู่กับที่ดินที่มีลักษณะเป็นการถาวร คือ ไม่หลุดหรือแยกออกจากที่ดินได้โดยง่าย เช่น ต้นไม้(ไม่รวมถึงต้นไม้ในกระถาง ต้นไม้จะต้องมีรากชอนไชลงในพื้นดิน) อาคารบ้านเรือน ฯลฯ ในส่วนของต้นไม้นั้น มีกฎหมายกำหนดไว้ว่าต้นไม้ที่จะเป็นอสังหาริมทรัพย์นั้นต้องเป็นไม้ยืนต้น(ตามกฎหมายคือต้นไม้ที่มีอายุเกิน 3 ปี) ถ้าเป็นไม้ล้มลุกจะไม่ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น พืชผักต่างๆที่ใช้ในการบริโภค
3.ทรัพย์ซึ่งประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน คือทรัพย์ที่ประกอบเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของที่ดินตามธรรมชาติ เช่น ดิน กรวด ทราย ก้อนหิน ภูเขาหิน ทางน้ำไหล แร่โลหะต่างๆตามธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติและประกอบรวมกันเกิดเป็นที่ดินขึ้นมา ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างหรือนำมาติดไว้ แต่ก็มีบางกรณีเช่นกันที่เกิดจากมนุษย์ เช่น ซื้อดินซื้อหินมาถมที่ ดินหินที่ถมลงไปก็จะกลายเป็นส่วนประกอบของที่ดินนั้นไป สังเกตว่าทรัพย์ซึ่งประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้น ถ้านำหรือเคลื่อนย้ายออกจากที่ดินก็จะไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์อีกต่อไป
4.ทรัพยสิทธิต่างๆอันเกี่ยวกับที่ดิน ทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดิน หรือทรัพย์ที่ประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้น ทรัพยสิทธิเป็นสิทธิอย่างหนึ่ง ไม่มีรูปร่างและแตะต้องสัมผัสไม่ได้ แต่มีราคา ยึดถือเป็นเจ้าของได้และต้องมีผู้ทรงสิทธิ เช่น กรรมสิทธิ์ในที่ดิน(ความเป็นเจ้าของที่ดิน) สิทธิครอบครอง(สิทธิในการครอบครองใช้ประโยน์) สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิอาศัย ฯลฯ
เหล่านี้คือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับที่ดิน ส่วนทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินก็คือสิทธิอาศัย(สิทธิที่จะได้อาศัยอยู่ในสิ่งปลุกสร้างบนที่ดิน)
ที่มา : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=174431
: http://www.auygeo.com/